อ่างทองเมืองน่าอยู่  ท่องเที่ยวคู่ประวัติศาสตร์  อาหารสะอาดปลอดภัย

   

  หน้าแรก
  สถานที่ท่องเที่ยว
          อำเภอเมืองอ่างทอง
          อำเภอวิเศษชัยชาญ
          อำเภอโพธิ์ทอง
          อำเภอป่าโมก
          อำเภอไชโย
          อำเภอแสวงหา
          อำเภอสามโก้

  สถานที่พัก

  ร้านอาหาร

  การเดินทาง

  เทศกาลงานประเพณี

  สินค้าพื้นเมือง-ของที่ระลึก

  แผนที่จังหวัดอ่างทอง

  โปรแกรมท่องเที่ยว

  ปฏิทินกิจกรรมจังหวัด

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอวิเศษชัยชาญ

            อำเภอวิเศษชัยชาญ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีโบราญวัตถุ ศาสนสถาน และศิลปวัฒนธรรม ดังนี้

    วัดวิเศษชัยชาญ และอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว
            เดิมชาวบ้านเรียก “วัดท่าสุวรรณ” พระวิหาร มีลักษณะเหมือนมณฑป คือ เป็นจัตุรมุข มีเสากลม 12 ต้น หลังคา 4 ชั้น หน้าบันมีลวดลายที่งดงาม่ อุโบสถสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์แบบยกพื้นใต้ถุนสูง กว้าง 14 เมตร ยาว 19 เมตร ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติ เป็นการเขียนภาพแบบทัศนียภาพและแสงเงา บริเวณรอบโบสถ์มีศาลาการเปรียญทรงไทยโบราณ เจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยา ด้านข้างโบสถ์มีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง
            บริเวณด้านหน้าวัดมีอนุสาวรีย์นายดอก นายทองแก้ว วีรชนของชาววิเศษชัยชาญ เป็นอนุสรณ์สถาน ที่สร้างเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีที่ท่านร่วมกันสละชีพสร้างวีรกรรมอันกล้าหาญไม่เกรงกลัวข้าศึกในการสู้รบกับพม่า

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดม่วง
            เดิมเป็นวัดร้าง สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จนกระทั่งท่านพระครูวิบูลอาจารคุณ (หลวงพ่อเกษม อาจารสุโภ) ได้ธุดงค์มาปักกลด ในระหว่างนั่งสมาธินั้น ท่านได้ปรากฏนิมิตเห็นองค์หลวงปู่ขาวและหลวงปู่แดงบอกว่าให้ช่วยบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นท่านจึงได้เริ่มการปฏิสังขรณ์ศาสนสถานต่าง ๆ เรื่อยมา
            วัดม่วงได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่วัดม่วง หลวงพ่อเกษมจึงรวบรวมจิตอธิษฐานร่วมกับประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนในการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระนามว่า “พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” มีขนาดหน้าตักกว้าง 62 เมตร สูง 93 เมตร พุทธลักษณะงดงามสีทองอร่าม สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นถึง 16 ปี
            โบสถ์วัดม่วงมีความวิจิตรงดงามใหญ่โต แปลกตาด้วยการล้อมรอบด้วยกลีบบัวปูนปั้นที่สวยงาม และใหญ่ที่สุดในโลก ภายในมีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับประวัติพระพุทธเจ้า ส่วนบริเวณรอบ ๆ วัดมีรูปปูนปั้นพระอรหันต์ เทพเจ้าต่าง ๆ ทั้งจีนและพราหมณ์ มีการจำลองเมืองนรก-สวรรค์ ที่แฝงไปด้วยคติสอนใจ

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดสี่ร้อย
            เป็นวัดเก่าแก่ในอำเภอวิเศษชัยชาญ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขุนรองปลัดชูและชาวบ้านวิเศษชัยชาญ 400 คน ที่เสียชีวิตจากสงครามระหว่างไทยกับพม่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นเหตุให้ได้ชื่อว่า “วัดสี่ร้อย”
            ภายในบริเวณวัดมีพระพุทธรูปปางพระป่าเลไลยก์์องค์ใหญ่อยู่กลางแจ้ง สร้างเมื่อปี พ.ศ.2452 องค์พระทำด้วยปูน มีหน้าตักกว้าง 6 เมตร สูง 21 เมตร อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถและเจดีย์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโตวัดสี่ร้อย” หรือ “หลวงพ่อร้องไห้”

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดเขียน
            เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีลักษณะเฉพาะ เป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ ทศชาติชาดก และสุธนชาดก การวางองค์ประกอบและโครงสีใช้สีตัดกันรุนแรง มีความวิจิตร ตัวภาพมีลวดลายประดับและตัดเส้นอย่างอ่อนช้อย เมื่อท่านได้มาชมให้ประจักษ์กับสายตาแล้ว ท่านจะเห็นว่าเป็นภาพจิตรกรรมที่งดงามที่สุดของเมืองอ่างทอง

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดอ้อย
            เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของวิเศษชัยชาญ สง่างามคล้ายอุโบสถวัดพุทไธสวรรย์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือมีเสาระเบียงรอบอุโบสถเป็นเสาแปดเหลี่ยมใหญ่ 4 ต้น ด้านหน้า ด้านข้างเป็นเสาเหลี่ยม หัวเสาเป็นรูปบัวแวง มีหน้าบันเล็ก หลังคามุงด้วยกระเบื้องกาบกล้วยในส่วนที่คลุมโถงกลาง ส่วนหลังคาที่คลุมส่วนข้างมุงด้วยกระเบื้องหางปลา

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดหลวง
            เป็นวัดเก่า สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 พระอุโบสถมีฐานโค้งสำเภา หันหน้าไปทางทิศตะวันตกด้านหน้าและด้านหลัง ก่อผนังตลอดขึ้นไปจนเต็มหน้าจั่ว ด้านหน้าพระอุโบสถมีจั่นหับและมีประตูทางเข้า 2 ประตู ด้านข้างมีหน้าต่างข้างละ 5 บาน ส่วนหน้าบันเป็นปูนปั้นลายเครื่องเถาที่ดอกดวงของลายมีจานกระเบื้องสลับยังพอหลงเหลือให้ได้เห็นอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเครื่องจานสมัยอยุธยา สำหรับช่อฟ้าและหางหงส์นั้นเป็นรูปเทพนมครึ่งตัวโผล่ออกมาจากต้นลาย รอบพระอุโบสถมีเสมาคู่สลักจากหินทรายแดงและพระพุทธรูปสลักด้วยหินทรายแดงอยู่หน้าพระอุโบสถ 3 องค์
            ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ ก็ถูกกาลเวลาและธรรมชาติทำลายจนเลือนไปมาก ในส่วนที่หลงเหลืออยู่ก็พอจะบ่งบอกได้ว่าช่างเขียนมีฝีมือยอดเยี่ยมมากแห่งหนึ่ง ดูได้จากลายเส้นที่อ่อนช้อยพลิ้วไหว ดูงดงามยิ่ง ในผนังด้านหน้าประธานหรือผนังหุ้มกลองด้านหน้าเขียนภาพพระพุทธเจ้าผจญมาร โดยเขียนเต็มผนังด้านหลังเป็นเรื่องเวสสันดรชาดก ด้านข้างเป็นภาพเทพชุมนุม ส่วนบานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนเป็นทวารบาลยืนแบกพระขรรค์

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

จัดทำโดย กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานจังหวัดอ่างทอง
โทร./โทรสาร 0-3561-4912 e-mail : angthong@moi.go.th