อ่างทองเมืองน่าอยู่  ท่องเที่ยวคู่ประวัติศาสตร์  อาหารสะอาดปลอดภัย

   

  หน้าแรก
  สถานที่ท่องเที่ยว
          อำเภอเมืองอ่างทอง
          อำเภอวิเศษชัยชาญ
          อำเภอโพธิ์ทอง
          อำเภอป่าโมก
          อำเภอไชโย
          อำเภอแสวงหา
          อำเภอสามโก้

  สถานที่พัก

  ร้านอาหาร

  การเดินทาง

  เทศกาลงานประเพณี

  สินค้าพื้นเมือง-ของที่ระลึก

  แผนที่จังหวัดอ่างทอง

  โปรแกรมท่องเที่ยว

  ปฏิทินกิจกรรมจังหวัด

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอโพธิ์ทอง

            อำเภอโพธิ์ทอง มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีโบราญวัตถุ ศาสนสถาน และศิลปวัฒนธรรม ดังนี้

    วัดขุนอินทประมูล
           สร้างในสมัยสุโขทัย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย มีความยาว 50 เมตร มีชื่อว่า “พระศรีเมืองทอง” เดิมพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่ต่อมาหักพังหมดเหลือแต่เสาจึงมองดูคล้ายประดิษฐานบนโคกดิน ชาวบ้านจึงเรียกว่า โคกพระนอน เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 1 วัดนี้ถูกไฟเผาและกลายเป็นวัดร้างกว่า 100 ปี ต่อมาสมัยพระเจ้าบรมโกศได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์และมีการบูรณะอีกครั้งในสมัยราชการที่ 5 ปัจจุบันองค์พระพุทธไสยาสน์อยู่กลางแจ้ง ทางลานด้านตะวันตกถัดจากถนนเป็นอาคารโบราณตั้งอยู่บนเนินสูง บนเนินมีซากวิหารที่เหลือแต่ผนังก่ออิฐและเจดีย์เล็ก ๆ 2 องค์ ตรงหน้าพระนอนมีรูปปั้นของชายคนหนึ่ง เล่ากันว่าเป็นรูปปั้นของขุนอินทประมูล นายอากรที่ยักยอกเงินหลวงนำไปสร้างวัด ครั้นพอทราบถึงพระมหากษัตริย์ทรงสอบสวน ขุนอินทประมูลไม่ยอมพูดอะไร จึงถูกลงโทษโดนเฆี่ยนจนตาย วัดนี้จึงได้ชื่อว่า “วัดขุนอินทประมูล”

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    พระตำหนักคำหยาด
            ก่อด้วยอิฐถือปูนขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร สภาพปัจจุบันมีเพียงผนัง 4 ด้าน แต่ยังคงเห็นเค้าความสวยงามทางด้านศิลปกรรม เช่น ลวดลายประตูซุ้มจรนำ ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า เมื่อ พ.ศ.2450 ได้เสด็จมายังโบราณสถานแห่งนี้และทรงมีพระราชหัตถเลขาอรรถาธิบาย ไว้ว่าเดิมทีทรงมีพระราชดำริว่า ขุนหลวงหาวัด (เจ้าฟ้าอุทุมพร กรมขุนพรพินิต) ทรงผนวชที่วัดโพธิ์ทอง แล้วสร้าง พระตำหนักคำหยาดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อจำพรรษา ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นตัวพระตำหนักสร้างด้วยความประณีตสวยงามแล้ว พระราชดำริเดิมก็เปลี่ยนไป ด้วยทรงเห็นว่าไม่น่าที่ขุนหลวงหาวัดจะทรงมีความคิดใหญ่โตสร้างที่ประทับชั่วคราว หรือที่มั่นในการต่อสู้ให้ดูสวยงามเช่นนี้ ดั้งนั้นจึงทรงสันนิษฐานว่า พระตำหนักนี้คงจะสร้างขึ้นตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระบรมโกศ เพื่อเป็นที่ประทับแรม เนื่องจากมีพระราชนิยมเสด็จประพาสเมืองแถบนี้อยู่เนือง ๆ

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดท่าอิฐ
            สร้างเมื่อปี พ.ศ.2304 บริเวณที่ตั้งวัดเดิมเข้าใจว่าเป็นที่ปั้นเผาอิฐนำไปก่อสร้างวัดขุนอินทประมูล และในคราวขุดดินเพื่อวางศิลาฤกษ์ ได้พบอิฐหน้าวัวขนาดใหญ่ นับว่าเป็นสถานที่ขนอิฐหรือท่าขนอิฐ และเมื่อได้สร้างวัดขึ้นจึงขนานนามว่าวัดท่าอิฐ พระประธานในอุโบสถชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อเพ็ชร" พระประธานในวิหารชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อขาว"

    พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง
            พระครูสุคนธศีลคุณ (หลวงพ่อหอม) มีดำริจะสร้างเจดีย์ขึ้นในบริเวณวัดท่าอิฐ มีความกว้าง 40 เมตร สูง 58 เมตร เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประดิษฐานในพระเจดีย์เป็นสมบัติของศาสนา ต่อมาราวพุทธศักราช 2538 พระครูสุคนธศีลคุณ ได้ทราบข่าวอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นช่วงเริ่มที่กำลังก่อสร้างเจดีย์ และด้วยความห่วงใยในพระองค์ท่าน หลวงพ่อหอมได้ตั้งสัจจาอธิษฐานว่า ขอให้ในหลวงทรงหายจากอาการพระประชวร ถ้าเป็นไปดังสัจจาอธิษฐาน จะสร้างเจดีย์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเจดีย์ว่า "พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง"

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดจุฬามณี
           มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา โดยเฉพาะการเจาะช่องโค้งแหลม ส่วนเจดีย์อาจสร้างยุคหลัง เมื่อคนไทยได้รับอิทธิพลตะวันตกและจีนแล้ว เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองอ่างทอง ศาลาการเปรียญสร้างด้วยไม้ เป็นแบบหลังคาลดระดับ ไม่มีการตกฝ้าเพดาน ทำให้เห็นโครงสร้างที่ซับซ้อนแสดงให้เห็นถึงปัญญาของช่างพื้นบ้านในอดีต ในการแก้ไขปัญหาระบบโครงสร้างของศาลาที่มีขนาดใหญ่และกว้าง แต่โครงสร้างใช้ไม้ขนาดเล็กกว่าศาลาทั่วไป

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดข่อย
           สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดข่อยคือ มณฑป พระวิหาร เจดีย์ พระอุโบสถ กุฏิ หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญแบบทรงไทยโบราณ ซึ่งทำมาจากไม้สักเป็นเสาเหลี่ยม 8 เหลี่ยม ตะเกียงจากกรุงวอชิงตันเป็นตะเกียงโบราณ นาฬิกาโบราณจากปารีส และตู้พระไตรปิฎกทำด้วยไม้สักจากประเทศจีนซึ่งมีในสมัยรัชกาลที่ 5 และศูนย์ผลิตข้าวซ้อมมือที่ชาวบ้านทำการจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้น เพื่อทำการจำหน่ายให้แก่ประชาชน

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    ค้างคาวแม่ไก่วัดจันทาราม
           เป็นวัดเก่าแก่มีหลวงพ่อเพ็ชรอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพของชาวบ้าน ค้างคาวแมไก่อาศัยอยู่ตามทิวไม้ในบริเวณวัด มีทั้งค้างคาวแม่ไก่และนกนานาชนิดอาศัยอยู่รวมกัน จะเห็นว่าเป็นธรรมชาติที่แปลกและมีคุณค่าน่าสนใจเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด สามารถไปชมได้ทุกฤดูกาล

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

จัดทำโดย กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานจังหวัดอ่างทอง
โทร./โทรสาร 0-3561-4912 e-mail : angthong@moi.go.th