อ่างทองเมืองน่าอยู่  ท่องเที่ยวคู่ประวัติศาสตร์  อาหารสะอาดปลอดภัย

   

  หน้าแรก
  สถานที่ท่องเที่ยว
          อำเภอเมืองอ่างทอง
          อำเภอวิเศษชัยชาญ
          อำเภอโพธิ์ทอง
          อำเภอป่าโมก
          อำเภอไชโย
          อำเภอแสวงหา
          อำเภอสามโก้

  สถานที่พัก

  ร้านอาหาร

  การเดินทาง

  เทศกาลงานประเพณี

  สินค้าพื้นเมือง-ของที่ระลึก

  แผนที่จังหวัดอ่างทอง

  โปรแกรมท่องเที่ยว

  ปฏิทินกิจกรรมจังหวัด

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอป่าโมก

            อำเภอป่าโมก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีโบราญวัตถุ ศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม และทางธรรมชาติ ดังนี้

    วัดป่าโมกวรวิหาร
            เป็นวัดเก่าแก่สมัยสุโขทัย เดิมเรียกว่าวัดใต้ท้ายตลาด วัดป่าโมกมีสิ่งสำคัญหลาย ๆ ประการ คือ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนปลายโดยแท้ มีรูปทรงหลังคาเป็นฐานวิหารอ่อนโค้งรูปสำเภา ไม่สูงมากนักเป็นหลังคาลด 2 ชั้น ต่อด้วยปีกนกด้านละ 2 แถบ มี 9 ห้อง เจาะช่องหน้าต่างด้านละ 7 บาน ด้านหน้าเจาะเป็นประตู ทางเข้าประตูเขียนลายรดน้ำลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ก้านแย่งยอดพระพุทธไสยาสน์ ก่อด้วยอิฐปูนปั้นลงรักปิดทองทั้งองค์ นอนตะแคงขวาแบบสีหไสยา มีความยาวจากพระเมาลีถึงพระบาท 22 เมตร พระเศียรหนุนพระเขนย รูปทรงกระบอก 3 ใบ ลดหลั่นกันจากใหญ่ขึ้นไปหาเล็กแล้วคลุมด้วยผ้าทิพย์จัดเป็นผ้าทิพย์ที่มีลวดลายวิจิตรงดงามที่สุด
            พระอุโบสถ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีขนาด 5 ห้อง หลังคาลดหลั่น 2 ชั้น หน้าพระอุโบสถใต้หน้าบันมีหลังคาคลุมแบบ “จั่นหับ” มีประตูทางเข้า 2 ประตู หน้าต่างด้านละ 3 บาน เขียนลายรดน้ำ ส่วนรอบนอกพระอุโบสถมีใบเสมาเป็นของเก่าในสมัยอยุธยาตอนต้นเป็นหินชนวนตั้งอยู่บนฐานดอกบัว และฐานสิงห์ ในสมัยอยุธยาตอนปลายเรียกว่า “เสมานั่งแท่ง”
            วิหารเขียนมีขนาด 7 ห้อง หลังคาลด 2 ชั้น ใต้หน้าบันด้านหน้าปิดผนังทึบมีเสาแบนหรือเสาอิง 2 ตัน มีหลังคาคลุมลดลงมารองรับด้วยเสา 4 ต้น ที่เรียกว่า “จั่นหับ” ผนังรอบวิหารมีเสาอิงประดับระหว่างประตูหน้าต่าง บัวหัวเสาเป็นบัวจงกลปูนปั้น
            มณฑป ก่อด้วยอิฐฉาบปูน หน้าบันมีลวดลายปูนปั้นรอบมณฑป ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยสลักด้วยหิน ซึ่งวัดป่าโมกวรวิหาร

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดท่าสุทธาวาส
            เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนต้น เดิมชื่อว่า วัดท่าสุวรรณภูมิ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในการศึกสงครามครั้งกรุงศรีอยุธยา บริเวณวัดท่าสุทธาวาส เป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
            ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเรื่องที่เขียนในพระอุโบสถนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลงมาว่าให้เขียนเรื่อง “พระมหาชนก” ในส่วนเนื้อเรื่องพระมหาชนกนี้เขียนไว้ที่ฝาผนัง ที่เรียกว่า บนคอสอง หมายถึงผนังส่วนที่อยู่เหนือขอบหน้าต่างทั้งสองด้าน โดยจะเริ่มที่ผนังด้านทิศเหนือซึ่งอยู่ทางซ้ายของพระประธาน แล้วดำเนินเรื่องมาจบในผนังด้านทิศใต้ มาจบเรื่องตรงที่ด้านขวาของพระประธาน

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดถนน
            เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพุทธรำพึง เป็นพระพุทธรูปยืน แกะสลักด้วยไม้สูง 2 เมตรเศษ แกะสลักจากไม้โพธิ์ สันนิษฐานว่าลอยน้ำมาจากทางเหนือ มีพุทธลักษณะที่งดงาม หลวงพ่อพุทธรำพึงเป็นพระประจำวันศุกร์ปางรำพึง ปัจจุบันหลวงพ่อพุทธรำพึงประดิษฐานอยู่ในวิหารข้าง ๆ พระอุโบสถ ทางด้านหลังวิหารหลวงพ่อพุทธรำพึงจะมีศาลาการเปรียญหลังเก่าที่ได้รับการบูรณะแล้ว เมื่อเดินขึ้นไปบนศาลาแล้วมองไปบนเพดานท่านจะพบกับสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน เพราะพระพุทธบาทส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นล่างแต่ที่วัดนี้พระพุทธบาทกลับขึ้นไปลอยอยู่บนเพดานซึ่งแกะสลักด้วยไม้ มีขนาดโดยประมาณ กว้าง 30 นิ้ว ยาว 70 นิ้ว อายุนับ 100 ปี ซึ่งพระพุทธบาทลอยฟ้าในลักษณะเช่นนี้เราจะไม่ค่อยได้พบบ่อยนัก ซึ่งน่าจะได้มาสักการะกันสักครั้งเมื่อผ่านมาเมืองอ่างทอง

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์
            จัดสร้างเมื่อปี พ.ศ.2531 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ พันท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยสมัยพระเจ้าเสือ ซึ่งยืนยันขอรับโทษประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาลที่ไม่สามารถบังคับเรือพระที่นั่งจนหัวเรือกระแทกกิ่งไม้หักลง เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังสืบต่อไป พฤติกรรมของพันท้ายนรสิงห์ได้รับการสรรเสริญในประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดสระแก้ว
            เดิมชื่อ “วัดสระแก” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณ พ.ศ.2286 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.2491 ต่อมาในปี พ.ศ.2497 ได้เปลี่ยนจากชื่อวัดสระแกเป็น วัดสระแก้ว นอกจากนี้ทางวัดได้จัดให้มีการสงเคราะห์เลี้ยงเด็กกำพร้าและเด็กยากจนขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2483 และได้มีการจัดตั้งคณะลิเกเด็กกำพร้า เพื่อหารายได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูแลเด็กกำพร้าอีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดพินิจธรรมสาร
            เดิมชื่อ "วัดกะสอบ" มีสิ่งที่น่าสนใจคือ วิหารสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย และพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ หน้าตักกว้างประมาณ 6 วาเศษ แบบ"หลวงพ่อโต" ปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิเพ็ชร และสกุลเชียงแสนรุ่นแรก ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดศรีมหาโพธิ์
            เป็นวัดเก่าแก่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ถูกทิ้งร้างไปจนถึง พ.ศ.2366 ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือ เจดีย์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองมีปูนปั้นประดับองค์ระฆังเป็นเจดีย์ทรงเครื่อง มีบัวคอเสื้อสังวาลทับทรวงพระวิหารขนาด 2 ห้องอยู่ภายใน กำแพงแก้วด้านหน้ามี 2 องค์ ลักษณะฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ส่วนยอดเป็นลักษณะเป็นองค์ปรางค์และด้านหลังอีก 2 องค์

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    โครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเจ็ดเส้น
            เป็นการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่องโครงการแก้มลิงมาใช้ ในการเก็บน้ำไว้ในฤดูน้ำหลากเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และในช่วงฤดูแล้งก็สามารถนำน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ข้างเคียงใช้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค และการเกษตรได้ และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนร แหล่งท่องเที่ยวและเป็นการอนุรักษ์แหล่งเพาะพันธุ์ปลาและแหล่งน้ำธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชน

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

จัดทำโดย กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานจังหวัดอ่างทอง
โทร./โทรสาร 0-3561-4912 e-mail : angthong@moi.go.th