อ่างทองเมืองน่าอยู่  ท่องเที่ยวคู่ประวัติศาสตร์  อาหารสะอาดปลอดภัย

   

  หน้าแรก
  สถานที่ท่องเที่ยว
          อำเภอเมืองอ่างทอง
          อำเภอวิเศษชัยชาญ
          อำเภอโพธิ์ทอง
          อำเภอป่าโมก
          อำเภอไชโย
          อำเภอแสวงหา
          อำเภอสามโก้

  สถานที่พัก

  ร้านอาหาร

  การเดินทาง

  เทศกาลงานประเพณี

  สินค้าพื้นเมือง-ของที่ระลึก

  แผนที่จังหวัดอ่างทอง

  โปรแกรมท่องเที่ยว

  ปฏิทินกิจกรรมจังหวัด

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอไชโย

            อำเภอไชโย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีโบราญวัตถุ ศาสนสถาน และศิลปวัฒนธรรม ดังนี้

    วัดไชโยวรวิหาร
            เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นโท เดิมเป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ มีนามว่า วัดไชโย ครั้นเมื่อสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆษิตารามได้เลือกวัดนี้เป็นที่สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่กลางแจ้ง ใน พ.ศ.2430 มีการปฏิสังขรณ์ ทำให้พระพุทธรูปได้รับแรงกระเทือนจากการก่อสร้างพระวิหารก็พังทลายลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ทดแทน ใช้โครงเหล็กรัดอิฐปูนไว้ภายในลดขนาดจากองค์เดิมลง ได้รับพระราชทานนาม “พระมหาพุทธพิมพ์” ขนาดหน้าตักกว้าง 8 วา 6 นิ้ว สูง 11 วา ศอก 7 นิ้ว และโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะวัดไชโยให้เป็นพระอารามหลวง
            พระวิหาร มีความสูงใหญ่มากแห่งหนึ่ง รูปทรงแปลกตา ด้านนอกมีรูปทวารบาลลายรดน้ำ เป็นรูปเสี้ยวกวาง เสาหารด้านหน้า-หลังพระวิหารมีขนาดใหญ่โตมาก ภายในพระอุโบสถ พระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นปางสมาธิ ผนังทุกด้านมีภาพจิตรกรรมฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเรื่องพุทธประวัติ ภาพเหล่าทวยเทพที่วิจิตรงดงาม ยังอยู่ในสภาพที่ดี บานประตูแกะสลักอย่างประณีต
            นอกจากจะเป็นวัดสำคัญของอำเภอไชโยแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี ได้แก่ “พระสมเด็จเกษไชโย” พระเครื่องที่สร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณนานัปการ

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดสระเกษ
            เดิมชื่อวัดเสาธงหิน เหตุที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดสระเกษนั้น ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จ พระเอกาทศรถได้ทรงยกทัพออกมาตั้งรับกองทัพพม่าที่บ้านสระเกษและทรงได้รับชัยชนะ พวกกองทัพไทยต่างยินดี และไชโยโห่ร้องรื่นเริง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรับสั่งให้พักกองทัพ ส่วนพระองค์ได้สรงน้ำชำระพระวรกาย ล้างพระพักตร์ และสระพระเกศา ณ ที่นี้ นับแต่นั้นเป็นต้นมาจึงได้ชื่อว่า “บ้านสระเกษ” หรือ “วัดสระเกษ”
            การสร้างโบสถ์ของวัดสระเกษมีความสวยงามตามแบบศิลปะไทย โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 22.50 เมตร ครอบโบสถ์เดิมและได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานอักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร” จากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้จารึกไว้ที่หน้าบันของโบสถ์ทั้งสองด้าน ส่วนภายในประดิษฐาน “พระพุทธเกษรังสี” และรูปหล่อหลวงพ่อโต๊ะ พระเกจิที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งของจังหวัดอ่างทอง

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดโพธิ์หอม
            เดิมเป็นวัดร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้คือ ปูนปั้นรูปบุคคล 4 หน้า ซึ่งเรียกว่า “รูปพรหม 4 หน้า หรือพรหมพักตร์” มีขนาดค่อนข้างใหญ่ตั้งประดับประดาอยู่บนพานปูนปั้นหน้าศาลาซึ่งสร้างบนฐานของพระอุโบสถเดิม สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นส่วนยอดของประตูวัดหรืออุโบสถ หากว่ารูปปูนปั้นซึ่งมีจำนวน 2 ชิ้นนี้เป็นศิลปวัตถุของวัดนี้มาแต่เดิม เป็นเรื่องที่น่าสนใจในแง่ของความสำคัญของวัดแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปปูนปั้นในลักษณะนี้ที่ประดับอยู่ส่วนยอดประตูไม่พบที่อื่น ๆ ในเขตจังหวัดอ่างทอง มีพบอยู่เป็นส่วนยอดประตูพระราชวังชั้นในของกรุงศรีอยุธยา และประตูทางเข้าวัดมหาธาตุเชลียง สวรรคโลก

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

    วัดมหานาม
            วัดแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานขององค์พระสังกัจจายน์ขนาดใหญ่ เหนือเศียรพระสังกัจจายน์ขึ้นไป บริเวณบนฉัตรสร้างเป็นเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และธาตุสาวก ภายในวัดยังมีหลวงพ่อขาว อายุร่วม ๔๐๐ ปี ที่สร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พุทธศาสนิกชน นิยมกราบไหว้ขอพร และรำกลองยาวแก้บน และในบริเวณวัด กลุ่มจักสานบ้านมหานาม ตำบลไชยภูมิ สมาชิกในกลุ่มจะช่วยกันผลิตผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา เช่น กระเป๋า แจกัน

    ข้อมูลเพิ่มเติม  

จัดทำโดย กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานจังหวัดอ่างทอง
โทร./โทรสาร 0-3561-4912 e-mail : angthong@moi.go.th