กิจกรรมโครงการ
กิจกรรมสำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากรโดยเรียนรู้การจัดทำตัวอย่างทรัพยากรทางชีวภาพ (พรรณไม้แห้ง)

จกรรมสำรวจเก็บรวบรวมทรัพยากรโดยเรียนรู้การจัดทำตัวอย่างทรัพยากรทางชีวภาพ   (พรรณไม้แห้ง) เพื่อจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลในการศึกษา  

การเก็บตัวอย่างพรรณไม้  

วัตถุประสงค์ของการเก็บตัวอย่างพรรณไม้   

๑. นำมาวิเคราะห์หาชื่อที่แน่นอน คือ ชื่อพฤกษศาสตร์ของพรรณไม้ ด้วยเหตุที่ว่าพรรณไม้ ชนิดเดียวกัน โดยมากมีชื่อเรียกหลายชื่อตามท้องถิ่นนั้นๆ และโดยทำนองเดียวกันชื่อท้องถิ่นเหมือนกัน  
แต่อาจจะเป็นพรรณไม้คนละชนิดกัน  เพื่อกันความสับสนในการเรียกพรรณไม้จึงต้องใช้ชื่อพฤกษศาสตร์  
เป็นสำคัญ   

๒. เก็บเป็นตัวอย่างไว้เป็นหลักฐานอ้างอิง เพื่อเทียบเคียงในการตรวจวิเคราะห์หาชื่อพรรณไม้ ในครั้งต่อไป และส่งไปแลกเปลี่ยนกับสถาบันทางพฤกษศาสตร์แห่งอื่น ๆ 

๓. เป็นการทราบถึงปริมาณ ถิ่นกำเนิด และเขตการกระจายพันธุ์ของพรรณไม้ต่างๆ ด้วย  

๔. เป็นการรวบรวมจำนวนพรรณพฤกษชาติของประเทศไทยว่ามีจำนวนทั้งสิ้นกี่ชนิด การเก็บและรักษาตัวอย่างพรรณไม้ ทำได้ ๒ วิธี คือ  

4.๑ การเก็บแห้ง โดยการอัดพรรณไม้แล้วอบหรือผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปติดบนกระดาษ สำหรับติดตัวอย่างพรรณไม้ เป็นวิธีที่นิยมกันมาก 

4.2 การดอง มักใช้กับพืชบางกลุ่มที่มีปัญหาในการทำตัวอย่างแห้ง เช่น พวกไม้น้ำ พืชที่มีต้นและใบอวบน้ำ พวกที่มีดอกบอบบางหรือตัวอย่างผล เนื้อ เป็นต้น นอกจากนี้ตัวอย่างพรรณไม้ที่ต้องการ 
จะตั้งแสดงหรือประกอบการสอนก็อาจเก็บรักษาด้วยการดอง   

 การเก็บรักษาตัวอย่างพรรณไม้แห้ง 

๑. อุปกรณ์ 

๑.๑ แผงอัดพรรณไม้ มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองอันประกบกัน ขนาดกว้างยาว ประมาณ ๓๐ เซนติเมตร X ๔๕ เซนติเมตร แผ่นสี่เหลี่ยมนี้โปร่งเป็นตาราง วัสดุที่ใช้อาจจะเป็นไม้หรือโลหะ 
ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่ควรจะมีน้ำหนักเบา 

๑.๒ เชือกสำหรับผูกแผงอัดพรรณไม้จะต้องมีเชือกมัดอีกสองเส้นเพื่อประโยชน์ในการอัดพรรณไม้ให้เรียบ ไม่หงิกงอเมื่อแห้ง เชือกควรใช้เชือกแบนๆ เช่น ไส้ตะเกียงขนาดกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร 
ยาวประมาณ ๑.๕ เมตร ปลายเชือกข้างหนึ่งควรทำเป็นห่วงเพื่อสะดวกในการร้อยเชือกผูกเวลาอัด เชือกผูกนี้ใช้เข็มขัดผ้าใบหรือเข็มขัดหนังแทนก็ได้ 

๑.๓ กรรไกรตัดกิ่งไม้ กรรไกรชัก หรือขวาน มีดพับ พลั่วหรือเสียม กรรไกรชักหรือขวาน สำหรับตัดกิ่งไม้ที่อยู่สูงๆ เป็นท่อนๆ แล้วใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ตัดตกแต่งให้ได้ขนาดพอดีก่อนที่จะอัดแผง มีดพับใช้แซะพืชที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้หรือตามก้อนหิน พลั่วหรือเสียมสำหรับใช้ขุดพรรณไม้ที่จำเป็นต้องใช้รากหรือ 
ส่วนของต้นที่อยู่ใต้ดิน 

๑.๔ ถุงพลาสติกและยางสำหรับรัดปากถุง ถุงพลาสติกใช้สำหรับใส่พรรณไม้ที่ตัดเป็นกิ่งเล็กๆ แล้วระหว่างทางที่เดินเก็บ เนื่องจากพรรณไม้มีขนาดต่างกัน ดังนั้นจึงควรมีถุงพลาสติกหลาย ๆ ขนาด กะให้ใส่พรรณไม้แล้วมัดปิดปากถุงได้พอดี ถุงพลาสติกถ้าเลือกใช้อย่างชนิดหนาก็จะเป็นการประหยัด เพราะใช้เสร็จแล้วล้างน้ำเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปได้ ถุงพลาสติกจะป้องกันพรรณไม้เหี่ยวแห้งก่อนอัดในแผงได้เป็นอย่างดี 

๑.๕ กระดาษอัดพรรณไม้นิยมใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ๑ คู่ พับครึ่งตามขวางสำหรับอัดพรรณไม้ ๑ ชิ้น คั่นกลางด้วยกระดาษลูกฟูกแข็งซึ่งมีร่องตามขวาง กระดาษหนังสือพิมพ์จะช่วยซับน้ำจากพรรณไม้ ส่วนกระดาษลูกฟูกแข็งจะช่วยทำให้พรรณไม้ให้เรียบเสมอกัน และช่วยระบายความชื้นออกทางร่องของลูกฟูกด้วย 

๑.๖ ป้ายกระดาษแข็งสำหรับผูกพรรณไม้ ขนาดกว้างยาวประมาณ ๒ เซนติเมตร X ๓ เซนติเมตร ปลายข้างหนึ่งเจาะรูร้อยด้ายทำเป็น ๒ ทบ ยาวประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ใช้สำหรับผูกและเขียนหมายเลขของพรรณไม้ให้ตรงกับหมายเลขของสมุดบันทึก 

๑.๗ สมุดบันทึก ใช้สำหรับจดข้อความต่างๆ ที่เกี่ยวกับพรรณไม้ เช่น วัน เดือน ปี ที่เก็บ ลักษณะที่อาศัย ถิ่นฐาน (Locality) ชื่อพื้นเมือง (Local Name) ระดับความสูงและลักษณะเด่นของพรรณไม้ที่อาจจะเปลี่ยนแปลง หรือไม่สามารถสังเกตได้จากตัวอย่างพรรณไม้แห้ง เช่น การมียาง สีของดอกและผล กลิ่นของใบ ดอก ผล รส ของผล ลักษณะของเปลือกไม้เป็นต้น สมุดบันทึกควรมีขนาดที่สามารถพกติดตัวได้ง่าย 

๑.๘  ดินสอดำ ใช้สำหรับบันทึกข้อความในสมุดบันทึก และเขียนหมายเลขบนป้ายกระดาษแข็ง ไม่นิยมใช้ปากกาเพราะตัวหนังสืออาจจะเลอะเลือนได้ 

๑.๙  เครื่องวัดระดับความสูง (altimeter) ใช้สำหรับวัดดูว่าพรรณไม้ที่เก็บขึ้นอยู่ในพื้นที่ 
ที่สูงจากระดับน้ำทะเลเท่าไร ความสูงอาจเป็นฟุตหรือเมตรขึ้นอยู่กับมาตราของเครื่องวัดแต่ละชนิด 

๑.๑๐ กล้องถ่ายรูป ควรเป็นกล้องที่สามารถติดเลนส์ถ่ายใกล้ (close-up) ใช้สำหรับถ่ายภาพตัวอย่างพรรณไม้ที่ไม่สามารถเก็บตัวอย่างได้ทั้งหมด ลักษณะที่อาศัย เป็นต้น 

๑.๑๑ เทปวัดระยะอุปกรณ์อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ที่ควรมีติดตัว เช่น แว่นขยาย (กำลังขยาย ๑๐ - ๒๐ เท่า) และกล้องส่องทางไกล เป็นต้น 

๒. หลักที่ควรทราบก่อนที่จะเก็บตัวอย่างพรรณไม้ 

โดยทั่วๆ ไปมีหลักที่ควรทราบก่อนที่จะเก็บตัวอย่างพรรณไม้ดังนี้ 

๒.๑ พรรณไม้ที่เก็บนั้นควรคำนึงว่า จะนำไปติดบนกระดาษติดตัวอย่างพรรณไม้ซึ่งมีขนาดประมาณ ๓๐ เซนติเมตร X ๔๒ เซนติเมตร ดังนั้นควรพยายามเลือกเก็บต้นหรือกิ่งที่มีขนาดพอเหมาะ 

๒.๒ พยายามเลือกเก็บต้นหรือกิ่งที่มีลักษณะปกติ ไม่ใช่ต้นที่กำลังเหี่ยว แมลงกัด ไฟไหม้ หรือเป็นโรค 

๒.๓ เมื่อเก็บตัวอย่างพรรณไม้ที่มีขนาดเล็ก จะต้องเก็บทั้งต้นให้ติดรากและควรเก็บต้นที่มีขนาดปานกลาง ทั้งนี้ควรบันทึกช่วงขนาดของต้นที่พบด้วย แต่ถ้าหากพรรณไม้ที่จะเก็บมีขนาดสูงต่างกันระหว่าง ๓ - ๑๐ เซนติเมตร ก็สามารถที่จะเก็บตัวอย่างขนาดต่างๆ กัน และติดบนกระดาษติดพรรณไม้ตัวอย่างแผ่นเดียวกันได้  

๒.๔ พืชบางชนิด ใบมีรูปร่างหลายแบบ ควรเลือกเก็บตัวอย่างให้ได้ครบ 

๒.๕ พยายามทำตัวอย่างที่เก็บให้สะอาด ขณะที่เก็บถ้าสามารถทำให้พรรณไม้ที่มีลำต้น 
ใต้ดินและราก ต้องพยายามขุดอย่างระมัดระวังไม่ให้ลักษณะบางอย่างผิดไปจากเดิมพยายามทำให้ดินและกรวดทรายออกให้หมด อาจทำโดยการล้างหรือเคาะกับพื้นดินหรือก้อนหินเบาๆ 

๒.๖ ตัวอย่างพรรณไม้แต่ละชนิดที่เก็บ ควรเก็บให้มีปริมาณพอเพียงสำหรับความต้องการที่จะใช้โดยทั่วไปจะเก็บประมาณ ๔-๖ ชิ้น แต่ถ้าหากว่าต้องการที่จะแลกเปลี่ยนกับพิพิธภัณฑ์พืชอื่น ๆ ก็ควร 
ที่จะเก็บมากกว่านี้ 

๒.๗ ขณะที่เก็บตัวอย่างควรเตรียมถุงพลาสติกที่มีขนาดต่างๆ กัน พรรณไม้ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ควรใส่ไว้ในถุงเดียวกัน ถุงที่ใส่ให้มีขนาดพอเหมาะกับต้นหรือกิ่ง เมื่อใส่พรรณไม้มากพอสมควรแล้วมัดปิดปากถุง เพื่อรักษาความชื้นภายในถุง พรรณไม้ที่ตัดมาจะได้ไม่เหี่ยวเร็ว ถุงที่ใส่พรรณไม้เต็มแล้ว 
มีหลาย ๆ ถุง ใส่รวมกันในถุงใหญ่ พวกที่มีลำต้นบอบบางควรเอาไว้ตอนบน ๆ เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่ง 
ซึ่งอาจจะเสียรูปไปได้ 

๒.๘ พรรณไม้บางชนิดที่มีบางส่วนบอบบางเหี่ยวง่าย ควรที่จะรีบอัดลงแผงในทันทีที่เก็บ 

๒.๙ พรรณไม้ที่เก็บทุกชนิดในแต่ละท้องที่ ให้ผูกป้ายกระดาษแข็งซึ่งเขียนหมายเลขของพรรณไม้ให้ตรงกับหมายเลขของสมุดบันทึก ถ้าชนิดเดียวกันและเก็บที่เดียวกันให้จดจำนวนชิ้นของชนิดนั้น ๆ ด้วย  

๓. วิธีเก็บตัวอย่าง 

วิธีเก็บตัวอย่างพรรณไม้นั้น แล้วแต่ประเภทของพรรณไม้ การเก็บไผ่ ปาล์ม เตยกระบองเพชร และพืชที่มีใบหนาและอวบใหญ่ เช่น ศรนารายณ์ พลับพลึง เป็นต้น มีวิธีเก็บตัวอย่างพิเศษแตกต่างจากไม้ดอกทั่ว ๆ ไป สำหรับไม้ดอกทั่ว ๆ ไปมีวิธีเก็บ ดังนี้ 

๓.๑ ประเภทไม้ต้นหรือไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกบางชนิด เก็บเป็นกิ่งที่มีดอกหรือช่อดอกติดกับใบและผล ขนาดยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร หากช่อดอกหรือใบมีลักษณะยาวเกินหน้ากระดาษอัดก็ควรหัก พับให้พอดี ไม่ต้องตัดทิ้ง เพราะจะได้ทราบขนาดแท้จริง ควรเก็บใบ ดอก ผล และเนื้อไม้จากต้นเดียวกัน  

ใบ เลือกเก็บแต่ใบที่สมบูรณ์ไม่ถูกแมลงหรือสัตว์กัดทำลาย หรือใบเป็นโรคหงิกงอ  
ไม่ควรเก็บใบที่เกิดตามหน่อที่แตกจากตอ หรือกิ่งที่ถูกตัดไป หรือใบของกล้าไม้ เพราะมักจะมีขนาดสัดส่วนผิดไปจากปกติ ควรเก็บใบที่แก่จัด และเก็บมาทั้งกิ่งไม่ใช่เด็ดมาเป็นใบ ๆ 

ดอก เก็บเป็นช่อ ควรเก็บให้ได้ทั้งดอกตูมและดอกบานเต็มที่แล้ว และเก็บช่อดอก 
ให้ติดกับใบด้วย  

ผล เก็บให้ติดกับใบเช่นกัน ควรเก็บให้ได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่   

ต้น ถ้าผลเป็นผลแห้งขนาดใหญ่ หรือผลสด ก็ให้ตากแห้งแล้วติดป้ายหมายเลขให้ตรงกับหมายเลขของตัวอย่างใบและดอก ผลสดนี้ควรตากแห้งโดยฝานผ่าครึ่งตามยาวของผล เพื่อรักษารูปทรงของผลนั้นไว้ หรืออาจใช้ดองในขวด ในแอลกอฮอล์ ๗๐% และปิดป้ายไว้เช่นกัน 

๓.๒ ประเภทไม้ล้มลุกต้นเล็กๆ เช่น หญ้า ให้เก็บทั้งต้นพร้อมทั้งราก 

๓.๓ พรรณไม้ชนิดหนึ่งเก็บตัวอย่างประมาณ ๓-๕-๑๐ ชิ้น แล้วแต่กรณี แต่ละชิ้นผูกป้ายหมายเลขพรรณไม้ชนิดหนึ่งๆ ถ้าเก็บหลายชิ้นทุกๆ ชิ้น จะมีหมายเลขเดียวกัน พรรณไม้ต่างชนิดจะมีหมายเลขต่างกัน 

๓.๔ บันทึกลักษณะต่าง ๆ ของพรรณไม้แต่ละชนิดที่เก็บลงในสมุดบันทึก ใส่หมายเลขให้ตรงกันกับป้ายหมายเลขที่ผูกพรรณไม้แต่ละชนิด บันทึกตามหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้  

Date : วัน เดือน ปี ที่เก็บพรรณไม้นั้น จะเป็นการทราบถึงฤดูออกดอกออกผลของพรรณไม้นั้น ๆ 

Locality : ท้องที่ที่เก็บ ต้องบันทึก จังหวัด อำเภอ ตำบล หรือถิ่นฐานอื่น ๆ เช่น ภูเขาที่เก็บ ลำห้วย เป็นต้น 

Altitude : ระดับความสูง ใช้เครื่องวัดความสูงจากระดับน้ำทะเล (Altimeter) หรือสอบถามได้ตามจังหวัดต่าง ๆ 

Local Name : ชื่อพื้นเมือง ชื่อที่เรียกพรรณไม้ในท้องที่ที่เก็บ ควรสอบถามชื่อ 
จากชาวบ้านแถบนั้น 

Note : บันทึกลักษณะเด่นของพรรณไม้ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ หรือไม่สามารถสังเกตได้จากตัวอย่างพรรณไม้แห้ง เช่น ลักษณะเด่นของพรรณไม้ ขนาด ความสูงโดยประมาณปริมาณจำนวนพรรณไม้ที่พบว่าหายาก หรือมีมากน้อยเพียงใด ชนิดของป่าที่พรรณไม้ขึ้น ป่าดงดิบ ป่าชายเลน เป็นต้น นอกจากนี้ลักษณะของดอก เช่น สี จำนวนของส่วนประกอบ กลิ่น การมียางของต้น สีของผลหรือลักษณะเด่นอื่นๆ ประโยชน์และโทษของพรรณไม้นั้นถ้าทราบ 

Collector......No….. ลงชื่อผู้เก็บและหมายเลขเรียงตามลำดับไว้ ผู้เก็บแต่ละคนใช้หมายเลขของตนติดต่อกันไป ไม่ว่าจะเดินทางไปเก็บพรรณไม้ในท้องที่ใด 

๓.๕ เก็บตัวอย่างพรรณไม้ใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงด้วยยางรัด แล้วนำออกมาอัดแผง 
เมื่อกลับถึงที่พัก 

๔. การอัดแห้งพรรณไม้ 

การอัดพรรณไม้เพื่อให้ได้ตัวอย่างที่ดี ควรทำทันที เมื่อเก็บตัวอย่างพรรณไม้มาได้ให้วางตัวอย่างพรรณไม้ลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ ๑ คู่ที่พับครึ่ง ใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ตกแต่งให้ได้ขนาดพอเหมาะ  
จัดให้ขนาดพอดี อย่าให้เกินหน้ากระดาษและแผงอัด เรียงให้ใบคว่ำบ้างหงายบ้างเพื่อจะได้เห็นลักษณะของใบทั้งสองด้านขณะแห้งแล้ว แล้วพลิกกระดาษแผ่นที่เป็นคู่นั้นปิดทับลงไปและระหว่างชั้นวางกระดาษ ๒-๓ แผ่นซ้อนไว้เพื่อดูดซึมความชื้นจากพรรณไม้ ระหว่างพรรณไม้ชนิดหนึ่งๆ นั้น สอดกระดาษลูกฟูกไว้เพื่อช่วยให้ความชื้นระเหยออกไปได้เร็ว เสร็จแล้วก่อนปิดแผงใช้กระดาษลูกฟูกปิดทับทั้งสองด้านและผูกมัดให้แน่น  
เพื่อเวลาแห้งพรรณไม้จะได้เรียบ พรรณไม้ที่มีดอกบอบบาง ดอกหนา หรือเป็นกิ่งขนาดใหญ่ควรทำดังนี้ 

๔.๑ พรรณไม้ที่มีดอกบอบบาง เช่น ผักบุ้ง ดอกกล้วยไม้ ใช้กระดาษไขหรือกระดาษเซลโลเฟนวางทั้งด้านบนและด้านล่างของดอก เพื่อกันไม่ให้ติดกระดาษหนังสือพิมพ์ ซึ่งจะทำให้ฉีกขาดง่ายเวลาเปลี่ยนกระดาษ 

๔.๒ พรรณไม้ที่มีดอกหนา เช่น ดอกชบา พุดตาน ซึ่งมักจะขึ้นราได้ง่าย และมักจะติดกับกระดาษที่อัด ใช้กระดาษบาง ๆ ที่ดูดซับน้ำได้ขนาดพอดีกับดอกรองทั้งด้านล่างและด้านบนก่อนที่จะอัดมักจะจุ่มในแอลกอฮอล์ ๗๐ - ๙๕ % หรือฟอร์มาลิน เพื่อฆ่าเซลล์จะทำให้แห้งเร็วขึ้น 

๔.๓ พรรณไม้ที่มีดอกติดกับกิ่งที่มีขนาดใหญ่ เวลาอัดใบและดอกมักจะร่วงง่าย เนื่องจากถูกแรงกดรัดของแผง จึงควรใช้กระดาษฟางตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ให้พอดีกับใบหรือดอก หมุนใบ หรือดอกให้ได้ระดับเดียวกับกิ่งที่มีขนาดใหญ่และควรคั่นกระดาษลูกฟูกระหว่างพรรณไม้พวกนี้ทุกชิ้น 

๔.๔ พรรณไม้ที่มีหนามแข็ง ให้ตัดหนามด้านที่กดเข้าหากระดาษลูกฟูกก่อนอัดยกเว้นหนามที่ใบของพวกเตยดอกหรือผลที่เหลือจากการตกแต่ง  

ดอกหรือช่อดอกใส่ถุงพลาสติกเล็กๆ เก็บไว้ใช้ตรวจหาชื่อวิทยาศาสตร์ หรืออัดและเก็บ 
ใส่ซองแล้วติดลงบนกระดาษติดพรรณไม้แห้งเพื่อที่จะได้ศึกษาลักษณะต่างๆ ได้ง่าย โดยไม่ต้องทำให้ตัวอย่างพรรณไม้ที่ติดไว้เสียหาย 

 ๕. วิธีอบหรือผึ่งพรรณไม้ให้แห้ง 

พรรณไม้ที่อัดลงแผงเรียบร้อยดีแล้ว ควรทำให้แห้งทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้นานราอาจจะขึ้นได้การทำพรรณไม้ที่อัดให้แห้งอาจทำโดย 

๕.๑ การตากแดด ควรหมั่นเก็บแผงที่ตากแดดเมื่อหมดแสงอาทิตย์ อย่าปล่อยทิ้งให้ตากน้ำค้างหรือตากฝน จะทำให้ตัวอย่างที่อัดเสียหายได้ 

๕.๒ การอบด้วยความร้อน โดยใช้อุปกรณ์ตามภาพ (เตาอบพรรณไม้ชนิดใช้ความร้อนจากหลอดไฟ) หรือใช้ความร้อนจากการผิงไฟ ในกรณีไปเก็บตัวอย่างในแหล่งธรรมชาติเป็นระยะเวลาหลายวัน 
และไม่มีวิธีอบแห้งอย่างอื่น  

 ไม่ว่าจะทำวิธีใดจะต้องคอยหมั่นเปลี่ยนกระดาษที่ชื้น เนื่องจากซับน้ำจากพรรณไม้ 
วันแรกที่ทำแห้งควรเปลี่ยนกระดาษ ๒ ครั้ง กระดาษที่ใช้แล้วทำให้แห้งแล้วใช้ใหม่ได้ แผงที่อัดพรรณไม้หลังจากที่อบแห้งหรือตากแดดแล้วประมาณครึ่งวัน ต้องคอยดึงเชือกรัดแผงให้แน่นอยู่เสมอเพราะว่าพรรณไม้ที่อัดแห้งจะยุบตัวลง เชือกที่รัดจะหลวมถ้าปล่อยไว้ไม่คอยรัดให้ตึง ใบหรือดอกอาจจะเหี่ยวย่นได้ 

๖. วิธีอาบน้ำยาพรรณไม้ที่แห้งแล้ว 

พรรณไม้ที่อบแห้งสนิทดีแล้ว ก่อนที่จะนำไปติดบนกระดาษติดพรรณไม้จะต้องอาบน้ำยากันแมลงเสียก่อน น้ำยาที่ใช้มีส่วนผสมดังนี้ ๘๕% เอทธิลแอลกอฮอล์ ๕ ลิตร เมอร์คูริคคลอไรด์ ๗๕ กรัม (สารนี้เป็นพิษร้ายแรงได้ ควรระวัง) 

วิธีอาบน้ำยา เทน้ำยาที่ผสมเข้ากันดีแล้วลงในถุงพลาสติก แล้วใช้ปากคีบที่ทำด้วยไม้หรือพลาสติกคีบพรรณไม้แห้งแช่ลงในน้ำยาประมาณ ๑ นาที แล้วนำกลับมาวางบนกระดาษซับหรือกระดาษฟาง วางทิ้งไว้จนแห้งสนิท หรืออาจจะนำมาอบใหม่อีกครั้ง ระหว่างพรรณไม้แต่ละชิ้นจะต้องไม่ลืมแทรกกระดาษลูกฟูกเพื่อช่วยกดพรรณไม้ที่อาบน้ำยาแล้ว (มักจะพอง) ให้แบนราบ 

ในขณะที่ชุบน้ำยาต้องระวังอย่าให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายถูกน้ำยาเป็นอันขาด ควรจะใส่ถุงมือยางขณะที่คีบพรรณไม้ชุบน้ำยาด้วย 

๗. วิธีติดพรรณไม้บนกระดาษติดพรรณไม้ 

พรรณไม้ที่อาบน้ำยาแห้งสนิทดีแล้ว นำมาติดบนกระดาษสีขาว ขนาดกว้างยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร X ๔๒ เซนติเมตร ชนิด ๓๐๐ กรัม เพื่อช่วยให้กิ่งพรรณไม้ตัวอย่างไม่เปราะหักง่ายเวลานำตัวอย่างพรรณไม้ ออกจากตู้มาศึกษา  

กาวที่ใช้ติดพรรณไม้ เตรียมได้จากส่วนผสมของ 

กัมอาราบิค (gum arabic)  ๓๐๐ กรัม  

กัมทรากาแคนท์ (gum tragacanth)  ๕๐ กรัม  

ไธมอล (thymal)  ๑ กรัม 

น้ำ          ๑,๐๐๐ ลบ.ซม.  

การติดพรรณไม้มีวิธีง่ายๆ ดังนี้ 

๗.๑ ใช้แปรงจุ่มกาวทาลงบนกระจกเรียบ ขนาดประมาณ ๓๐ เซนติเมตร X ๔๕ เซนติเมตร โดยทาบาง ๆ ให้พอดีกับขนาดของพรรณไม้ที่จะติด  

๗.๒ ใช้ปากคีบวางพรรณไม้ด้านที่จะติดกับกระดาษให้แตะกาวบนกระจก กดให้ติดกาวจนทั่ว 

๗.๓ นำกลับมาวางบนกระดาษติดพรรณไม้ กะให้วางตรงกลางค่อนไปทางขวาให้เหลือ 
ที่มุมซ้ายสำหรับติดป้ายบันทึกข้อมูล 

๗.๔ ใช้กระดาษฟางหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ปูทับ แล้วจึงใช้ถุงทรายวางทับอีกที ให้เรียบเสมอกัน  

๗.๕ เมื่อกาวแห้งดีแล้ว เย็บพรรณไม้ให้ติดกับกระดาษโดยใช้ด้ายสีขาวที่มีความเหนียวเย็บ เริ่มจากโคนกิ่งหรือโคนต้นแล้วโยงไปตามส่วนต่าง ๆ ให้มั่นคงและดูสวยงาม หรือจะใช้แถบกาวผ้าปิดทับไว้เป็น ระยะ ๆ 

๗.๖ ปิดป้ายบันทึกข้อมูลซึ่งจะต้องเขียนรายละเอียดต่างๆ ที่ลอกมาจากสมุดบันทึกข้อมูลที่จะต้องเขียนเพิ่มเติมคือ ชื่อผู้เก็บ (collector) หมายเลขลำดับที่เก็บ (collecting number ) ชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อผู้ตรวจสอบหาชื่อของพรรณไม้ 

๘. วิธีรักษาตัวอย่างพรรณไม้แห้ง 

พรรณไม้ที่ติดลงบนกระดาษติดพรรณไม้เรียบร้อยแล้ว เมื่อได้ตรวจหาชื่อวิทยาศาสตร์ 
ที่ถูกต้องแล้วนำไปเก็บให้เข้าหมวดหมู่ว่าอยู่ในวงศ์ (family) ใด สกุล (genus) ใด และชนิด (species) ใด ในตู้เก็บพรรณไม้ของพิพิธภัณฑ์พืชพรรณไม้  แต่ละชนิดจะมีกระดาษปกสีขาวขนาดใหญ่กว่ากระดาษแข็ง ที่ติดพรรณไม้เล็กน้อยหุ้มไว้ ที่ด้านหน้าของปกเขียนชื่อวิทยาศาสตร์และวงศ์ของพรรณไม้ชนิดนั้น ๆ  

พรรณไม้แต่ละชนิดที่อยู่ในสกุลเดียวกันใส่ไว้ในปกอีกชั้นหนึ่งเพื่อสะดวกในการยกพรรณไม้ 
ทั้งตั้งออกมาดู การเก็บจะเก็บใส่ในตู้ไม้ขนาดประมาณดังนี้ สูง ๒.๕ เมตร กว้าง ๑.๕ เมตร ลึก ๐.๗๕ มิลลิเมตร ภายในตู้แบ่งเป็นช่อง ๆ แต่ละช่องใส่ลูกเหม็นไว้ภายในเพื่อกันแมลง